สนใจนำเรื่องสั้นของ ปูล่า จัดพิมพ์ ติดต่อ ที่ มีมี่ / Line : meomee

อีเตี้ย

“ อีเตี้ย เมื่อไหร่มึงจะหุงข้าวซักที กูออกไปตลาดจนกลับมาแล้วมึงก็ยังไม่ลุกจากที่นอน คอยดูเถอะเมื่อไหร่ที่มึงมีผัวจะโดนผัวแตะเช้าแตะเย็น แน่นอน” เสียงของแม่ดังตะโกนด่า จนแสบแก้วหู ทั้ง ๆ ที่ฉันเองก็ตื่นแล้วและกำลังล้างจานอยู่ แม่ไม่ได้มองด้วยซ้ำว่าฉันกำลังทำอะไร แค่เพียงเห็นว่าหม้อข้าวยังไม่ติดไฟก็เหมาว่าฉันยังนอนหลับอยู่ น่าน้อยใจในชะตาชีวิตของตัวเองนัก เกิดมาเป็นผู้หญิงตัวเล็ก ผิวคล้ำ แถมถูกตั้งชื่อว่าอีเตี้ย ที่มีสำนวนเหยียดหยันในความสูงของฉันอีก คอยดูนะถ้าหากว่าฉันโตขึ้นฉันจะไม่อยู่ที่นี่ ให้ใครรู้ว่า ชีวิตของฉันมันตกต่ำแค่ไหน ฉันจะต้องได้อยู่ดีกินดี ใส่เสื้อผ้าดี ๆ อยู่บ้านสวย ๆ ไม่ต้องทำอะไร อยู่เฉย ๆ ให้ไปเป็นเมียน้อยใครที่ไหน ก็ได้ฉันยอม

“อีเตี้ย มึงอยู่ที่ไหนเนี่ยกูมาตั้งนานแล้ว มาช่วยจัดของหน้าร้านหน่อย ร้อนก็ร้อน เลี้ยงลูกก็เหมือนเลี้ยงหมา ใช้งานอะไรก็ไม่ได้ดั่งใจ” “หนูล้างจานอยู่แม่ เดี๋ยวออกไป” เสียงของแม่ที่ตะโกนด่าอย่างต่อเนื่องทำให้ฉันต้องตะโกนตอบไป เสียงของแม่ดูเหมือนจะเงียบลง แต่ฉันเองก็ต้องเร่งมือกับจานที่อยู่ตรงหน้า และขัดหม้อก๋วยเตี๋ยวที่แช่ไว้ตั้งแต่เมื่อคืน เพื่อที่จะเอามาต้มใส่เครื่องเทศเคี่ยวเป็นน้ำซุปก๋วยเตี๋ยว ให้เสร็จก่อนเที่ยงนี้ชีวิตประจำวันของฉันก็เป็นอย่างนี้ที่ต้องทำให้เสร็จก่อนที่จะไปโรงเรียน

เพราะสิ่งที่ฉันขาดมันทำให้ฉันต้องเปรียบเทียบตัวเองกับเพื่อน ๆ เสมอ ทำไมฉันทำแบบนี้ไม่ได้ทั้ง ๆ ที่เพื่อนทำได้ ทำไมเพื่อนของฉันพูดแบบนี้ได้แต่ฉันพูดแบบนี้ไม่ได้ ทำไมเพื่อนถึงมีของสวย ๆ งาม ๆ มาอวดที่โรงเรียนเสมอแต่ว่าฉันไม่มี ความแตกต่างเหล่านี้อยู่ในในของฉันเสมอ

ฉันได้ยินเหมือนเสียงใครมาที่หน้าบ้าน ป้าไหม นั่นเองพึ่งกลับมาจากเกาหลี ได้ยินมาว่าป้าไหมได้ผัวเป็นเกาหลี โชคดีจริง ๆ ฉันเองก็ได้ดูซีรีย์ประเทศบ่อย ๆ เป็นประเทศที่สวยงามจริง ๆ ผู้หญิงก็สวยผู้ชายก็หล่อ ถ้าฉันมีผัวเป็นเกาหลีเหมือนป้าไหมบ้างก็คงจะดีไม่น้อย “สวัสดีค่ะป้าไหม” ฉันยกจานชามที่ล้างแล้วออกไปตั้งที่หน้าร้าน พร้อมยกมือไหว้ทักทายป้าไหม “อ้าวเตี้ย ไม่เจอกันนานโตขึ้นเป็นสาวเยอะเลยนะ มีแฟนรึยังอ่ะเรา” “ยังจ๊ะ” ฉันตอบได้แค่นั้นก็รีบหันหลังกลับเมื่อเจอสายตาของแม่ที่มองมาเหมือนโกรธแค้นฉันหนักหนา ซึ่งฉันก็ไม่เข้าใจว่าเพราะอะไร ทุกสิ่งทุกอย่างที่ฉันพูดหรือทำมันดูไม่เข้าทีในสายตาของแม่ตลอดเวลา “

แอ๋ว ทำไมเธอดุจังหล่ะ พอเตี้ยเจอสายตาของเธอแค่นั้นก็สะดุ้งรีบหนีเข้าไปในบ้านแล้ว ฉันยังคุยกับเตี้ยไม่เสร็จเลย “ เสียงป้าไหมลอยตามมาพอจะได้ยินแม่พูดตอบกลับไปว่า “ฉันไม่ได้ดุอะไรนี่ ก็แค่มองเฉย ๆ มันทำกลัวตัวสั่นไปเอง ไม่รู้ว่ามันเป็นอะไรนักหนา”

ฉันอาบน้ำแต่งตัวเพื่อให้ทันรถโดยสารที่จะมาถึงเวลา 7 โมงเช้า นึกถึงความใจดีของป้าไหม ป้าชอบซื้อเสื้อผ้าสวย ๆ ฝากมาให้ฉันเสมอ หรือว่าที่จริงแล้วฉันเป็นลูกของป้าไหมที่เอามาฝากแม่เลี้ยง เพราะว่าผัวเกาหลีของป้ารังเกียจลูกติด เหมือนในละครที่ฉันเคยดู ซึ่งเหตุการณ์มันก็ไม่คิดว่าจะเป็นเรื่องจริง แต่สุดท้ายชีวิตก็เหมือนละคร ถ้าหากเป็นแบบนี้ฉันควรจะเกลียดหรือว่ารักป้าไหมดีนะ ถ้าเป็นนางเอกในละครจะทำอย่างไรดี ก่อนที่ฉันจะคิดอะไรเลยเถิด เสียงแตรของรถโดยสารดังมาแต่ไกลเพื่อให้ทุกคนทีจะเดินทางไปในตลาดและโรงเรียนเตรียมพร้อมฉันหยิบถุงเท้าใสลิ้นชัก วิ่งไปใส่ร้องเท้าคู่มันวับที่่ฉันบรรจงขัดไว้ตั้งแต่เมื่อคืน และวิ่งลงไปข้างล่างหยิบเงินในกระป๋องขายของ 20 บาทเพื่อเป็นค่าอาหารกลางวัน และบอกสวัสดีแม่และป้าไหมก่อนไปโรงเรียน

นั่นคืออดีตของฉันก่อนที่จะมาที่ซ่องเกาหลี ป้าไหม คนที่พาฉันมาที่นี่ ไม่ใช่ซิ คนที่ล่อลวงฉันมาที่นี่ คนที่ฉันไว้ใจว่าเป็นคนดี ก็ไม่เห็นหน้าอีกเลย นับตั้งแต่วันที่ฉันมาถึงที่นี่ ชีวิตมันซับซ้อนกว่าที่ฉันจินตนาการไว้เยอะ ฉันไม่ใช่นางเอกที่รอดพ้นจากอันตราย แต่กลับกลายเป็นตัวประกอบของใครต่อใครในชีวิตจริง เพราะการรู้ไม่เท่าทันคนและความไว้ใจของฉัน ที่คิดอะไรง่าย ๆ ทำให้ฉันต้องตกอยู่ในสภาพแบบนี้

ป้าไหมบอกกับแม่และฉันว่าจะพาฉันมาทำงานในร้านอาหาร ฉันดีใจจนเนื้อเต้นที่จะได้ออกจากบ้านและได้เดินทางไปต่างประเทศโดยเฉพาะเป็นประเทศเกาหลีประเทศที่สวยงาม แต่เมื่อฉันได้สัมผัสอย่างแท้จริงแล้ว ผู้คนที่นี่ชาเย็นและยิ่งดูถูกเหยียดหยันฉันมากกว่าที่ฉันเคยเจอ ผู้ชายที่นี่กักขฬะ โหดร้าย ผู้หญิงก็เลือดเย็นและจอมปลอม เมื่อก่อนฉันระแวงคนรอบตัว แต่ตอนนี้ฉันเกลียดและขยะแขยงตัวเอง ฉันเหมือนกับสัตว์ที่ถูกกักขังไว้ เป็นของเล่นที่อยู่ในกรง เมื่อต้องการใช้งานก็เอาออกมา ทำทารุณ ทุบตี สนองตัณหา ราคะ มีชิวิตก็เหมือนไม่มี มีความรู้สึกก็เหมือนไม่มีความรู้สึก ฉันใช้ชิวิตไปวัน ๆ แต่อย่างหนึ่งที่ฉันไม่เคยลืมคือจินตนาการ

ฉันคิดทุกวันว่าจะออกไปจากที่นี่ได้ยังไง ใครจะช่วยฉันได้ ฉันแกล้งทำเป็นเชื่อฟังแมงดาและทำดีกับมัน เหมือนกับว่าฉันชอบเสียเต็มประดาที่จะอยู่ที่นี่ ฉันเอาใจมันทุกอย่าง ทำให้มันไว้ใจ พยายามเรียนรู้ภาษาเพื่อที่จะเอาตัวรอด ในเมื่อชีวิตไม่มีทางเลือกมากนัก ฉันจึงต้องทำทุกอย่างให้มันดีที่สุด

จนวันหนึ่งโอกาสรอดก็มาถึง ลูกค้าคนหนึ่งให้ฉันใช้มือถือของเขา เพราะเห็นว่าฉันคิดถึงบ้านมาก ฉันเก็บอาการดีใจ ล๊อกอิน Facebook ของฉัน และค้นหาพี่ตำรวจที่เคยติดต่อกันมานาน คุยกันเป็นภาษาคาราโอแกะ บอกว่าฉันอยู่ที่เกาหลีโดนหลอกมาอยู่ที่ซ่อง และความพยายามของฉันก็เป็นผล เมื่อฉันถูกช่วยเหลือจากสถานทูตและสถานกงศุล ถูกส่งตัวกลับมาประเทศไทยอย่างปลอดภัย เมื่อถึงสนามบินสุวรรณภูมิ ฉันก้มลงจูบที่ผืนแผ่นดินที่ฉันจากไป ไม่เคยรู้สึกอุ่นใจใด ๆ เท่าวันนี้เลย

ตอนนี้ฉันไม่ใช่สาวน้อยวัยสิบห้า แต่ว่าฉันเป็นผู้ใหญ่อายุสิบเจ็ดปีสิ่งที่พ้นผ่านไม่ทำให้ฉันหวาดกลัวสิ่งใดแต่ทำให้ฉันระมัดระวัง บางครั้งการเป็นคนง่าย ๆ ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะการเป็นคนง่าย ๆ หมายความความเราไม่ต้องการอะไรที่เป็นพิเศษอะไรก็ได้ แต่ในโลกแห่งความเป็นจริง เราทุกคนต้องการการยอมรับ ฉะนั้นการที่จะทำให้ทุกคนยอมรับเราต้องมีอะไรที่พิเศษ

ความพิเศษของฉันอาจไม่ใช่การที่ต้องมีเงินมากมาย การมีเสื้อผ้าสวย ๆ สวมใส่ การมีรถคันงามใช้หรือ บ้านใหญ่โตอาศัย แต่สิ่งที่ฉันมี อาจไม่ใช่สิ่งที่คนทั่วไปยอมรับ อาจพิเศษตรงประสบการณ์ ซึ่งจากนี้ต่อไป ชีวิตฉันก็ต้องดำเนินต่อไป และ ต่อไปจนกระทั่งร่างนี้ดับสูญ ร่างที่ซึมซับทุกอย่างที่ชั่วร้าย รวมทั้งคุณความดี และเมื่อฉันจากไปฉันจะเอามันไปกับฉันด้วยจนเหมือนว่ามันไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน