สนใจนำเรื่องสั้นของ ปูล่า จัดพิมพ์ ติดต่อ ที่ มีมี่ / Line : meomee

ชายผู้หลงหาย ตอนที่ 3 ความสามารถพิเศษ

เสียงไก่ป่าโก่งคอขันปลุกไพรให้ตื่นขึ้นอีกครั้ง ตรงขอบฟ้ามีแสงโผล่ออกมาเป็นแสงสีส้มนวลรำไร ชายหนุ่มพอที่จะมองเห็นอะไรเป็นอะไรรอบ ๆ ตัว เค้าแน่ใจว่า ป่านนี้เจ้าเสือประหลาดตัวนั้นคงจากไปแล้วด้วยเสียงลึกลับที่แว่วเข้ามาในโสตประสาทของเค้าเมื่อคืน ชายหนุ่มตะกายตัวออกมาจากเถาวัลย์หนาม ได้เลือดอยู่หลายแห่ง มันเหมือนเป็นสถานที่ปลอดภัยที่สุดในป่าใหญ่แห่งนี้ แต่ก็คงไม่มีใครผู้ใด หรือแม้แต่ตัวเค้าเองอยากอยู่แบบนี้ตลอดไปแน่

เมื่อแกะเถาวัลย์เส้นสุดท้ายออกได้ เค้าก็รีบจ้ำอ้าว วิ่งกลับเส้นทางเดิมที่เค้ามาทันที อย่างน้อยเค้าก็จะได้ไม่หลงทางไปมากกว่านี้ คิดว่าเค้าควรจะเริ่มสืบว่าที่จริงแล้วเค้าเป็นใครกันแน่ ที่เมื่อวานวิ่งออกมาด้วยเพราะตกใจ แต่ถ้าไม่สืบหาว่าที่แท้เค้าเป็นใครกันแน่ คงไม่สงบใจไปตลอดชีวิตแน่

“เราน่าจะมีพ่อแม่ พีน้อง เราแต่งงานแล้วหรือยัง มีลูกหรือป่าว และเราทำงานอะไรกันแน่” ชายหนุ่มคิดมาตลอดการเดินทาง แต่ก็ไม่ลืมสังเกตุเส้นทางว่าเส้นทางที่เดินทางกลับของเค้าถูกต้องหรือไม่ น่าแปลกเส้นทางของที่ชายหนุ่มเดินทางกลับ มีไม้หัก เหมือนเป็นสัญลักษณ์อยู่จะตลอดทาง ใครกันนะมาทำเส้นทางแบบนี้ไว้ หรือว่าจะเป็น เส้นทางของชาวป่าที่เดินทางเป็นประจำ หรือจะเป็นของพวกเดียวกับที่เขาวิ่งหนีมาเมื่อวาน ถ้าหากเจอพวกนั้นคราวนี้เค้าจะไม่หนี อย่างน้อยขอให้ได้รู้หน่อยเถิดว่าเค้าเป็นใคร มาจากไหนกันแน่ และชีวิตต่อไปจะเป็นอย่างไร เค้าจะเป็นผู้ที่กำหนดเอง ว่าจะไปที่เส้นทางไหน ถูกหรือผิดขอเป็นผู้ที่ตัดสินใจเอง

เดินมาหลายชั่วโมง ท้องก็เริ่มหิว สอดส่ายสายตาดูว่ารอบกายพอจะมีอะไรที่ประทังความหิวได้หรือไม่ และหากมีของมีคม หรือ มีดอะไรมาช่วยสำหรับการเดินทางก็คงจะดีไม่น้อย สภาพร่างกายของชายหนุ่มดูแย่ไม่น้อยเพราะทั้งโดนหญ้าบาด พื้นที่ชื้นแฉะ มองไปทางไหนก็มีแต่ตัวทาก ที่ดูเหมือนว่ามันจะกระโดดเข้าหาเค้าตลอดเวลา

เดินมาไม่นานนัก ชายหนุ่มก็ตื่นเต้นดีใจนักเพราะมองเห็นกล้วยเคลือใหญ่ที่กำลังสุก มีรอยค้างคาวเจาะอยู่บ้างก็ไม่เป็นไร น่าจะพอประทังหิวได้จกว่าจะเดินพ้นป่าลึกนี้ได้ ชายหนุ่มก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าเค้าเข้ามาในป่าลึกนี้ได้อย่างไร ทั้งที่ความที่จำได้เค้าอยู่ในเมืองใหญ่ด้วยซ้ำไป ไม่น่าเชื่อว่าป่าที่เค้าวิ่งเตลิดเข้ามา เหมือนว่านาน ๆ จะมีคนเข้ามาที่นี่ครั้งหนึ่ง
“ตึ๊ด... ตึ๊ด... ตึ๊ด... ตึ๊ด...” มีเสียงดัง อยู่ที่กระเป๋ากางเกงด้านล่าง ลายพรางของชายหนุ่มเค้าก้มลงไปล้วงหยิบมันออกมา มันคือมือถือ มีรูปหน้าผู้หญิงสวยคนหนึ่งที่หน้าจอ เพื่อให้รู้ว่าใครโทรมา

“ฮัลโหล” เค้าตอบรับแต่ก็รอฟังว่าปลายสายจะพูดว่าอะไร
“นี่แกเล่นตลกอะไรกะวะ รู้ใช่มั้ยว่าแกจะต้องสูญเสียอะไรบ้าง” แทนที่จะเป็นเสียงผู้หญิงสวยแต่กลับเป็นเสียงทุ้มรอดไรฟันข่มอารมณ์โกรธของผู้ชาย
“พี่โชติ พี่ช่วยฉันด้วย พวกนี้เป็นใครกัน พี่ไปทำอะไรมา ฮือ ฮือ” เสียงผู้หญิงสั่นเครืออย่างตะหนกตามสายมา นี่มันอะไรกัน ผู้หญิงคนนั้นมีความสัมพันธ์อะไรกับเค้าหรือ อย่างน้อยก็ได้รู้แล้วว่าตัวเค้าเองชื่อ โชติ
“เหมือนว่าแกไม่ค่อยจะแคร์เท่าไหร่เลยนี่ กับผู้หญิงคนนี้ ในเมื่อแกเองก็ไม่สนใจ ก็คงไม่มีประโยชน์ที่จะเอาเธอมาขู่แก “ ปลายสาย เสียงดักเกร็ก ๆ
“เดี๋ยวก่อน ฉันยอมแล้ว จะให้ทำยังไงก็ได้ แต่อย่าทำอะไรเธอนะ” ชายหนุ่มที่พึ่งรู้ชื่อตัวเองรีบร้องออกไป เพราะกลัวว่าพวกนั้นมันจะทำอะไร ถึงแม้เค้าจะไม่แน่ใจก็เถอะว่าเธอคนนั้นเป็นใคร แต่ที่แน่ ๆ เธอคงสำคัญมาก ไม่อย่างนั้นพวกนั้นคงไม่เอาเธอมาขู่เค้าแน่นอน
“ได้ แต่แกต้องมาสะสางงานให้จบ ไม่อย่างนั้นแฟนแกตายก่อน จากนั้นก็จะเป็นพ่อแม่ของแก มาพบข้าที่สวนสาธาณะที่เดิมเวลา 5 โมงเย็น คราวนี้อย่ามีตลก ข้าไม่ชอบอะไรที่มันประหลาดใจ ... ตึ๊ด ดด” ปลายสายพูดสายเสร็จก็กดวางทันที ยังไม่ทันที่ชายหนุ่มจะพูดอะไร

ที่เดิมที่นั่นอาจจะเป็นที่สนามหญ้า ที่เค้าวิ่งหนีมา นี่ก็ใกล้เวลา 5 โมงเย็นแล้ว เราจะไปทันหรือป่าวนะ ถ้าผู้หญิงคนนั้น หรือ ต้องตายเพราะเค้า เค้าคงเสียใจไปตลอดชีวิต และคนต่อไปที่จะต้องตายเพราะเค้าอีกก็คือพ่อและแม่ ความต่อเนื่องของความคิดเพิ่มขึ้น ทำให้เค้ายิ่งกังวลใจ จากเดินไปเรื่อยเปี่อย ก็เริ่มวิ่งเยาะ ๆ จากวิ่งเยาะ ๆ ก็เพิ่มความเร็ว โอ... ไม่น่าเชื่อว่าเค้าสามารถวิ่งได้เร็วมากขนาดนี้ หรือว่าที่เค้ามาอยู่ในป่าลึกขนาดนี้เพราะเค้าวิ่งได้เร็วกว่าคนปกติแบบนี้

0 comments:

Post a Comment