สนใจนำเรื่องสั้นของ ปูล่า จัดพิมพ์ ติดต่อ ที่ มีมี่ / Line : meomee

ชายผู้หลงหาย ตอนที่ 2 หญิงสาวกลางป่า

แสงจันทร์สาดส่องที่ร่างที่สงบ ที่ติดอยู่บนเถาวัลย์ คิ้วที่หนาได้รูป รับกับจมูกเป็นสันโด่ง ใบหน้าจากสงบ กลายเป็นเครียด ริ้วรอย ย่นหน้าผากเมื่อขยับตัว หรืออาจเป็นเพราะความเมื่อยล้าที่อยู่ในท่าเดิม สติเริ่มคืนกลับ เหตุการณ์ยังแจ่มชัดในความรู้สึก กับเรื่องเมื่อเย็นที่ผ่านมา เสียงที่เงียบสงัด กลับมีเสียงเหยียบไม้แห้ง ดังซวบ ๆ ใกล้เข้ามาทุกที ตอนนี้จิตเค้าพร้อมเต็มที่กับสิ่งที่จะเกิดขึ้น ความทรงจำก่อนหน้าที่เค้าจะอยู่ที่สวนสาธารณะยัคงไม่กลับคืน ได้แต่คิดว่าไม่เป็นไรหรอกกับสิ่งที่เค้าจำไม่ได้ แต่ตอนนี้คงต้องเอาตัวรอดก่อน กับเสียงที่แปลกที่เหมือนจะตรงเข้ามาหาเค้าตอนนี้ และเสียงนั้นมายืนหยุดห่างจากเค้า ไม่ถึง 5 เมตร

เค้าค่อย ๆ ลืมตาขึ้น แสงจันทร์ช่วยทำให้เค้าได้เห็นชัดขึ้นในความมืดแม้มันจะไม่ชัดก็ตาม ให้ตายเถอะมีหญิงสาวที่ไหนมาอยู่ในป่าลึกแห่งนี้กัน ดูเธอไม่มีพิษมีภัยอะไร แต่งตัวเหมือนชาวบ้านป่า กวักมือเรียกเค้าให้ออกมา อยู่หยอย ๆ ที่จริงเธอคนนั้นน่าจะมีมีดหรืออะไรมาช่วยตัดเถาวัลย์พวกนี้ออกไปจะง่ายซะกว่า เค้าเริ่มขยับตัว ด้วยแรงของชายวัยฉกรรจ์ของเค้า เถาวัลย์พวกนั้นก็ออกโดยไม่ยาก หากค่อย ๆ ดึงออกทีละอัน ก็ล้มลุกคลุกคลานพาสมควร กว่าจะทำให้ร่างกายมีอิสระภาพจากไม้แห้งพวกนี้ได้ ยังมีม่านเถาวัลย์อีกสองสามชั้น และที่สำคัญมีมีหนามด้วย จึงต้องระมัดระวังเป็นอย่างมาก สาระวนกับสิ่งพันธนาการอยู่ประมาณครึ่งชั่วโมง แก้ไปสบถไป ตามประสา แต่สมองเค้าก็คิดทบทวน หันมองออกไปด้านนอกป่า หญิงสาวคนนั้นก็หายไปแล้ว ชายหนุ่มรู้สึกแปลกใจมาก จึงร้องเรียก

“ น้องสาว เธออยู่ที่ไหนหน่ะ ฉันมองไม่เห็นเธอเลย” หรือว่าเธอคนนั้นจะไปเรียกให้คนมาช่วย แต่นี่มันก็ป่าลึก เธอคนนั้นหายไปอย่างไรร่องรอย ชะงักไปซักครู่ก็มีเสียงเพรียกลอยมาตามลมเบา ๆ

“ชั้นอยู่นี่จ๊ะ พี่ออกมาไว ๆ ซิจ๊ะ “ หันไปอีกครั้งก็เห็นผู้หญิงคนนั้นยังยืนอยู่ตรงที่เดิม ชายหนุ่มเพ่งไปอีกครั้ง ร่างกายของเธอคอ่ย ๆ เปลี่ยนไป นั่นมันเสือลายพาดกลอนชัด ๆ ที่หมอบอยู่ มันจ้องมาที่เค้าเขม็ง
เร็วเท่าความคิด เค้าถอยหลังเข้าไปที่เถาวัลย์หนามอีกครั้ง ส่วนเสือที่หมอบอยู่ก็กระโดดเข้ามาเหมือนจะมันรู้ว่าเหยื่อของมันรู้ตัวแล้ว ใจชายหนุ่มเต้นระรัว นี่มันอะไรกัน ผู้หญิงชาวบ้าน เสือลาดพาดกลอน หรือว่าจะเป็นเสือสมิง ความคิดแวป ขึ้นมาในสมอง อะไร อะไรมันชักจะไปกันใหญ่ มันเกิดเรื่องบ้าอะไรกับเค้ากัน มองออกไปด้านนอก ก็ยังเห็นเจ้าเสือใหญ่ลาดพาดกลอนตัวนั้น เดินวนไป วนมา มันคงไม่กล้าเข้ามาเพราะเถาวัลย์หนามนี่หล่ะมั้ง ขนาดเค้ามีแขนขาที่หยิบจับอะไรได้ยังยาก ที่จะเอาออก ถ้าเจ้าเสือนั่นเข้ามามันคงจะออกไปไม่ได้แน่

“ พี่จ๋าออกมาซีจ๊ะ ช่วยชั้นด้วย เสือมันจะกินชั้นแล้ว “ ชั่วอึดใจ ก็ ได้ยินเสียงผู้หญิง นั้นร้องอ้อนวอนเพื่อให้เค้าออกไป เสียงนั่นช่างโหยหวน ทำให้สยองเป็นอย่างยิ่ง เกิดมาไม่เคยเจออะไรน่ากลัวแบบนี้
“พี่จ๋า ช่วยด้วย ช่วยชั้นด้วยจ๊ะ โอ๊ย โอ๊ย“ เสียงร้องดังมากอย่างเจ็บปวด ชายหนุ่มผู้ไม่รู้กระทั่งชื่อตัวเอง นั่งขดตัวอยู่หลังม่านเถาวัลย์ ไม่ขยับได้แต่ภาวนาในใจว่าให้เหตุการณ์เหล่านี้ หายไปซะที ประสาทของเค้าเขม็งตึงไปทุกขณะ ค่อย ๆ ตั้งสติ ได้ระรึกถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เจ้าป่า เจ้าเขา ขอให้ช่วยไล่เจ้าเสือตัวนี้ไปซะที

“จงไปซะ เจ้าเสือร้าย ชายผู้นี้อยู่ในการคุ้มครองของเรา” เสียงเย็น ๆ ดังแว่วมา เหมือนเสียงสวรรค์ที่ทำให้เค้าได้ใจชื้น มองออกไปเจ้าเสือร้ายที่จ้องมองตาเขม็งค่อย ๆ เคลื่อนตัว ถอยหลังออกไป ใครกันนะมาช่วยทำให้เค้าได้รอดพ้นจากเหตุการณ์ร้ายครั้งนี้ มองไปก็ไม่เห็นใครหรือจะเป็นเจ้าป่า เจ้าเขาที่เขาอธิฐานขอช่วยคุ้มครอง

“จงอยู่ตรงนี้เถิดพ่อหนุ่ม จนรุ่งเช้าออกออกมา แล้วเจ้าจะปลอดภัย เราจะนำท่านไปส่งดังทางที่เจ้ามา” เหมือนดังตกอยู่ในภวังค์ ความกังวลของเค้าสิ้นไป ก้มหน้าซบกับเข่าที่ชันอยุ่สองข้าง ได้แต่เพียงคิดว่า รอให้ถึงเช้าก่อน ค่อยออกเดินทาง

0 comments:

Post a Comment